ใส่ช่วงเวลาให้กับแต่ละสมมติฐาน
จัดรายการเงินที่คาดว่าจะรับจากลูกค้าและเงินที่วางแผนจ่ายในแต่ละช่วง ระบุว่าลูกค้าจ่ายทันที วางมัดจำ หรือได้รับเครดิต โดยใช้เงื่อนไขที่มีจริง แยกเงื่อนไขที่เพียงเสนอไว้จากข้อตกลงที่ยืนยันแล้ว
ใช้วิธีเดียวกันกับค่าสินค้า ค่าเช่า ค่าจ้าง และค่าเตรียมกิจการ ใบเสนอราคามีประโยชน์ แต่กำหนดชำระอาจสำคัญพอ ๆ กับยอดรวม บันทึกแหล่งข้อมูล และระบุรายการที่ยังไม่รู้วันรับหรือจ่ายเงิน แทนการเติมตัวเลขให้ดูแม่นยำโดยไม่มีที่มา
ดูตัวอย่างช่วงที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้รับเงิน
สมมติโครงการหนึ่งต้องจ่ายค่าวัสดุก่อนส่งมอบ ขณะที่ลูกค้าจ่ายภายหลังตามเงื่อนไข โครงการอาจคาดว่าจะมีกำไร แต่ยังต้องมีเงินสดรองรับช่วงระหว่างนั้น นี่เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายช่วงเวลารับจ่ายเงิน ไม่ใช่ประมาณการของลูกค้าจริง
ถามว่ารายการจ่ายใดเลื่อนไม่ได้ และรายการรับใดยังขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือการอนุมัติ วิธีนี้ช่วยระบุว่าต้องหาข้อมูลเงินทุนหมุนเวียนส่วนไหนเพิ่ม อย่าถือว่ายอดขายที่คาดไว้เป็นเงินสดพร้อมจ่ายค่าใช้จ่ายถัดไปแล้ว

เลือกสถานการณ์ให้เชื่อมกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจ
ระบุความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ตัดสินใจต่างไป เช่น ลูกค้าจ่ายช้าลง ยอดขายลด ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม หรือเปิดกิจการล่าช้า กำหนดสมมติฐานทางเลือกที่มีเหตุผลและบอกว่าทำไมควรพิจารณา สถานการณ์จำลองเป็นวิธีทดสอบสมมติฐาน ไม่ใช่คำทำนาย
บันทึกให้ชัดว่าแต่ละสถานการณ์ต่างกันตรงไหน หากเปลี่ยนหลายปัจจัยพร้อมกัน ควรบันทึกเหตุผลไว้ด้วย เพื่ออธิบายผลที่ได้ ประมาณการที่ดูดีจะใช้ประโยชน์ได้จำกัดหากไม่มีใครบอกได้ว่าสมมติฐานใดทำให้เกิดตัวเลขนั้น
- สมมติฐานตั้งต้นและข้อมูลสนับสนุน
- ความไม่แน่นอนที่ทดสอบและค่าทางเลือก
- รายการรับหรือจ่ายที่ได้รับผลกระทบ
- เรื่องที่ต้องการใช้ผลเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจ
เลือกระดับวิเคราะห์ให้ตรงกับแพ็กเกจ
ระดับบริการศึกษาความเป็นไปได้มีความละเอียดของแบบจำลองและสิ่งที่จะได้รับต่างกัน Excel ที่แก้ไขได้ การวิเคราะห์ความอ่อนไหว โครงสร้างเงินทุน และกรณีทดสอบความเสี่ยงรวมเฉพาะแพ็กเกจที่ระบุไว้ ควรยืนยันว่าแก้ไขอะไรได้และจะได้รับคำแนะนำการใช้งานส่วนใดบ้าง
แพ็กเกจแผนธุรกิจหลักมีประมาณการ 3 ปีที่แก้ไขได้ ส่วนแบบจำลองขั้นสูงเป็นอีกขอบเขตหนึ่ง หากเปรียบเทียบจากคำว่า “แบบจำลองการเงิน” อย่างเดียว อาจมองข้ามความต่างด้านรายละเอียดและวัตถุประสงค์
เตรียมข้อมูลที่นำมาตรวจทานร่วมกันได้
เตรียมราคาปัจจุบัน ประวัติการขายเท่าที่มี ใบเสนอราคาจากผู้ขาย เงื่อนไขชำระเงิน และเงินที่วางแผนใช้เริ่มกิจการ ระบุแต่ละตัวเลขว่ายืนยันแล้ว เป็นประมาณการ หรือยังขาด และแจ้งข้อมูลลับก่อนส่ง
ใช้ข้อมูลเหล่านี้พูดคุยผ่าน Fastwork ว่าต้องการวิเคราะห์อะไร รวมถึงช่วงเวลาประมาณการและเรื่องที่ต้องใช้ตัดสินใจ สมมติฐานที่ตกลงช่วยวางแผนธุรกิจ ไม่ได้รับประกันเงินที่จะรับในอนาคต ผลตอบแทน หรือการอนุมัติเงินทุน
สรุปสิ่งที่นำไปใช้ได้
ก่อนเริ่มคุย ลองถามว่า “มีอะไรที่ต้องจ่ายก่อนเงินที่เกี่ยวข้องจะเข้ามา และสมมติฐานใดอาจทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้น?” เตรียมหลักฐานเท่าที่มีมาด้วย ไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไรที่คาดหวัง



